หากคุณเป็นหนึ่งคนที่พบว่าตัวเองเป็นคน ขี้โรค ป่วยบ่อย หงุดหงิด ขี้โมโหง่าย เหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย เชื่อไหมว่า อาการเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ ถ้าคุณมีอาการข้างต้นถึงเวลาแล้วในการดูแลตัวเอง ด้วยขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอน เพื่อปรับสมดุล ทำให้คุณมีพลังต้านภัยโรคค่ะ
3 ขั้นตอนในการปรับสมดุลให้กับร่างกาย
สมาธิปรับทิศทาง
ขั้นตอนนี้มีประโยชน์ เพราะสมาธิช่วยส่งเสริมระดับความคิด ทำให้เกิดการบำบัดเยียวยารักษาโรคด้วยตัวเองได้ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การนั่งสมาธิแต่ละครั้งทำให้คลื่นสมอง Beta และ Alpha สามารถปรับระดับเข้ากับร่างกาย ก่อให้เกิดสมดุล ที่สำคัญนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า การนั่งสมาธิจะช่วยให้สมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับด้านการพัฒนาอารมณ์อยู่ในระดับที่ดีมากขึ้นอีกด้วย
จัดระเบียบร่างกาย
ขอแนะนำการออกกำลังแบบ ‘ฝึกลมหายใจ' หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘ชี่กง' เป็นการออกกำลังของชาวจีนโบราณ ช่วยปรับสมดุล (หยิน-หยาง) ภายในร่างกายและจิตใจให้เกิดความสมดุลเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าฝึกทุกวันจะสามารถช่วยลดความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นการย่อยในระบบทางเดินอาหารให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ยอดเยี่ยม
คิดในทางบวก
การสร้างกำลังใจให้แก่ตัวเอง ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจตีบ มีการวิจัยแล้วว่าเมื่อคุณอยู่ในภาวะบีบคั้น แล้วสามารถใจเย็นควบคุมอารมณ์ได้ จะมี HDL ซึ่งเป็นคอเรสเตอรอลดี มากกว่าคนที่ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ซึ่ง HDL มีหน้าที่ช่วยขจัดคราบไขมันที่ติดอยู่ตามผนังของหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ
สารพัดประโยชน์
เห็ดหลินจือ มีสารออกฤทธิ์ทางยาที่ช่วยขับพิษได้อย่างดี โดยเฉพาะสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปสู่ระบบการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขจัดไขมันและลดคอเรสเตอรอลที่เกาะตามผนังของหลอดเลือด ช่วยเพิ่มออกซิเจนสำหรับการฆ่าเชื้อ และละลายไขมันที่เกาะอยู่ ปรับความสมดุลและลดความหนืดของเลือด ให้กลับมาไหลเวียนดี
จำไว้ว่าถ้าอยากมีสุขภาพที่ดี ทำได้ไม่ยากเพียงคุณรักตัวเองให้มาก ออกกำลังกายและใจอย่างสม่ำเสมอ จูบลาแฟนคุณทุกเช้า และทักเธอทันทีเมื่อถึงบ้าน บริโภคอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำให้เยอะ ผลไม้ต้องกิน ทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตร ไม่เพียงแค่ร่างกายจะแข็งแรงเท่านั้น จิตใจยังเบิกบาน พาคนรอบข้างมีความสุขไปด้วยค่ะ
Did You Know !
ลมหายใจช่วยลดความดัน
รู้ไหมว่าการหายใจช้าๆ ผ่านจมูก ช่วยลดความดันในเลือดลงได้?
ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยอินเดีย พบว่า หากผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงหายใจช้าๆ ผ่านจมูก ติดต่อเป็นเวลา 3 เดือน จะทำให้ช่วยลดค่าความดันโลหิตได้ถึง 7 จุด การหายใจช้าๆ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท Parasympathetic ที่คอยควบคุมความดัน ให้สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณ :
Be Magazine
ผู้สนับสนุนเนื้อหา
วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
คชาบราเธอร์ส"ลุยสยายปีก ร้านไอศกรีม-ขนม-ของหวาน
คชาบราเธอร์ส"ลุยสยายปีก ร้านไอศกรีม-ขนม-ของหวาน
นายฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชาบราเธอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้บริษัทเตรียมรุกธุรกิจร้านไอศกรีม ภายใต้ชื่อ"สฟรี" อย่างหนัก หลังเปิดให้บริการมา 2 ปี มีสาขาในไทยรวม 8 สาขา และประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเข้ามารับประทานจำนวนมาก และมีนักลงทุนจากสิงคโปร์ติดต่อเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ของบริษัทด้วย แต่บริษัทต้องการเน้นขยายตลาดไทยก่อน
นอกจากนี้บริษัทจะมุ่งขยายร้านขนมและของหวาน ภายใต้ชื่อ"พาร์เฟริโอ บาย สฟรี" ด้วย โดยทั้งปี 2553 วางแผนจะเปิดร้านทั้ง 2 แบรนด์ รวม 10 สาขา ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาทต่อสาขา หรือรวมกว่า 50-100 ล้านบาท ขนาดพื้นที่สาขาละ 60-120 ตารางเมตร เนื่องจากมองเห็นโอกาสของตลาดร้านไอศกรีมและร้านอาหารในไทยมีแนวโน้มเติบโต ต่อเนื่องทุกปี

ส่วนทำเลในการขยายสาขานั้น แบ่งเป็น สฟรี จำนวน 9 สาขา เปิดในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และพาร์เฟริโอ บาย สฟรี จำนวน 1 สาขา ที่ สุขุมวิท 24 ในรูปแบบร้านเดี่ยว(สแตนอะโลน) ซึ่งร้านสฟรีมีเมนูกว่า 80 เมนู ราคาขายเริ่มต้นที่ 45-145 บาท และวางแผนเปิดเมนูใหม่ทุกเดือนๆละ 5 เมนู ขณะที่ร้านพาร์เฟริโอ บาย สฟรีมีเมนูมากว่า 120 เมนู ราคาขายเริ่มต้นที่ 100 บาทขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะขยายสาขาใหม่ในแต่ละปีแบบเท่าตัว และในอนาคตหากขยายสาขาในตลาดไทยได้ประสบความสำเร็จแล้ว ก็มีแผนขยายตลาดไปในต่างประเทศด้วย รวมทั้งบริษัทมีความสนใจที่จะขยายธุรกิจไปยังอาหารในกลุ่มอื่นๆ อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่น ราเมน เป็นต้น เนื่องจากเชฟของญี่ปุ่นที่บริษัทดึงเข้ามาร่วมทุนในครั้งนี้คือ นายอิเคดะ คาซูโตะ มีบริษัทที่ทำธุรกิจร้านอาหารอยู่ในญี่ปุ่นหลายร้าน
อ้างอิงจาก สยามธุรกิจ

นอกจากนี้บริษัทจะมุ่งขยายร้านขนมและของหวาน ภายใต้ชื่อ"พาร์เฟริโอ บาย สฟรี" ด้วย โดยทั้งปี 2553 วางแผนจะเปิดร้านทั้ง 2 แบรนด์ รวม 10 สาขา ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาทต่อสาขา หรือรวมกว่า 50-100 ล้านบาท ขนาดพื้นที่สาขาละ 60-120 ตารางเมตร เนื่องจากมองเห็นโอกาสของตลาดร้านไอศกรีมและร้านอาหารในไทยมีแนวโน้มเติบโต ต่อเนื่องทุกปี


อ้างอิงจาก สยามธุรกิจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)